You are here: หน้าหลักสาระน่ารู้ชิคุนกุนยา โรคนี้มากับยุงลาย

ชิคุนกุนยา โรคนี้มากับยุงลาย

121058437 345131596933029 5709769292959438929 n

ชิคุนกุนยา โรคนี้มากับยุงลาย
          สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ตอนนี้ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงมรสุมพายุฝนพัดผ่านหลายลูก ความรุนแรงของพายุมีทั้งระดับดีเปรสชั่น และพายุโซนร้อน ทำให้หลายๆจังหวัดฝนตกหนักมาก จะเดินทางออกไปไหนก็ลำบาก แถมฝนตกหนักแบบนี้ถ้าเราเปียกปอนขึ้นมาจะทำให้เป็นหวัดกันได้นะคะ

แล้วเพื่อนๆสังเกตกันไหมคะว่าเวลาฝนตกหนักๆแบบนี้ยุงจะเยอะมากเป็นพิเศษบินกันให้วุ่นเลยครั้งก่อนเราเคยเตือนเพื่อนๆให้ระวังเรื่องไข้เลือดออกกันมาแล้ว (https://www.facebook.com/BureauofCommunityTechnology/photos/242254983887358) และวันนี้เรามีอีกโรคหนึ่งที่อยากให้ระวังเวลาฝนตกเช่นกันค่ะ โรคที่ว่าก็คือ โรคชิคุนกุนยา นั่นเอง ชื่อแปลกๆไปสักหน่อย เพื่อนบางคนอาจจะไม่เคยได้ยิน ลองอ่านกันดูนะคะ

           โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus, Buggy Creek หรือ CHIKV) จากยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus skuse) เมื่อได้รับเชื้อเข้าไปในระยะเวลา 1-12 วัน จะทำให้เกิดอาการ ดังนี้
• มีไข้ ไข้สูงทันที (อุณหภูมิมักสูงถึง 40 องศาเซลเซียส) แต่บางคนอาจมีไข้ต่ำได้
• ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อมาก ทยอยปวดทีละข้อ ซึ่งปวดได้หลายข้อ
• มีผื่นแดงคล้ายไข้เลือดออกขึ้นในบริเวณลำตัว แต่บางครั้งอาจพบที่แขน ขา ได้ด้วย
• ปวดศีรษะ ปวดตา ตาแดง ตากลัวแสง (เห็นแสงสว่างแล้วน้ำตาไหล) และอ่อนเพลีย
        ในปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าไวรัสชนิดนี้ ดังนั้นแพทย์จะรักษาประคับประคองตามอาการ คือ ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนเต็มที่ และมีรายงานการใช้ยาบางชนิดที่รักษาโรคมาลาเรีย (โรคไข้จับสั่น) อาจช่วยรักษาอาการอักเสบของข้อจากโรคนี้ได้
         ชิคุนกุนยา มาจากภาษาถิ่นแอฟริกา หมายถึงอาการบิดเบี้ยวของข้อ เพราะโรคนี้มีอาการสำคัญคือ ข้อบวม และข้ออักเสบ จนเกิดการผิดรูป เป็นโรคที่พบได้ในทุกทวีป ทั้งแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และ อเมริกา ในประเทศไทยพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501 ปัจจุบันมีการระบาดทั่วทุกภาคของประเทศไทย และระบาดหนักในภาคใต้
โรคชิคุนกุนยามีอาการคล้ายกับโรคไข้เลือดออกแต่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า และเนื่องจากมียุงลายเป็นพาหนะนำโรคเหมือนกัน การติดเชื้อไวรัสอาจจะติดได้ทั้งชิคุนกุนยา และเดงกีพร้อมกันได้
ความแตกต่างระหว่างโรคชิคุนกุนยากับโรคไข้เลือดออก
       ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาจะมีไข้สูงขึ้นอย่างเฉียบพลันกว่าโรคไข้เลือดออก ระยะเวลาของไข้สั้นกว่าประมาณ 2 วัน ไวรัสชิคุนกุนยาไม่ทำให้พลาสม่ารั่วออกนอกเส้นเลือด ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงไม่เกิดอาการช็อค นอกจากนี้ผู้ป่วยสามารถมีผื่นแดงเป็นปื้นและตาแดงได้บ่อยกว่าไข้เลือดออก รวมถึงพบอาการปวดตามตัว ตามข้อได้มากกว่า
การป้องกันไม่ให้เกิดโรคชิคุนกุนยา ทำเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก คือ
1. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น ปิดภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในแจกันบ่อยๆ กำจัดภาชนะที่มีน้ำขัง ปรับปรุงภูมิทัศน์รอบๆบ้านให้สะอาด
2. ป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยการสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด ใช้ยาทากันยุงเมื่ออยู่นอกบ้าน ในตอนเย็นหรือกลางคืน
ถึงโรคชิคุนกุนยาจะไม่รุนแรงเท่าโรคไข้เลือดออก แต่การป้องกันไม่ให้เป็นโรคคือสิ่งที่ดีที่สุด ระวังตัวไม่ให้ถูกยุงกัดกันนะคะ
ที่มา
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2559). ยุงร้ายกว่าเสือ. นนทบุรี : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
https://www.tm.mahidol.ac.th/.../tropical.../chikungunya.htm
https://www.bumrungrad.com/.../january-2019/chikungunya
https://www.bumrungrad.com/.../january.../chikungunya-virus
https://www.samitivejhospitals.com/th/

Last Updated on Friday, 16 October 2020 10:54

Free business joomla templates