You are here: หน้าหลักข่าวสารประชาสัมพันธ์Sustainable Manufacturing – การผลิตที่ยั่งยืนยุค Industry 4.0

Sustainable Manufacturing – การผลิตที่ยั่งยืนยุค Industry 4.0

119097055 188812565942374 4711518136021855793 n

Sustainable Manufacturing – การผลิตที่ยั่งยืนยุค Industry 4.0
         แหล่งทรัพยากรธรรมชาติได้ถูกรุกรานจนก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงมลภาวะ และปัญหาต่าง ๆ ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตและเกิดเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ หลายภาคส่วนจึงเริ่มมีการเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบจากภาคธุรกิจในฐานะที่เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาดังกล่าว เมื่อเทียบอัตราการใช้ทรัพยากรระหว่างปี 1950 กับปี 2005 ทั่วโลกมีการใช้ปริมาณโลหะเพิ่มขึ้นถึงหกเท่า น้ำมันเพิ่มขึ้นแปดเท่า และก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นถึง 14 เท่า (industr.com)
แนวคิด "การผลิตที่ยั่งยืน" จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาได้นิยามความหมายของการผลิตที่ยั่งยืนไว้ว่าเป็น "การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้กระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทั้งยังต้องมุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ไปพร้อมกับความปลอดภัยของพนักงาน ชุมชนและผู้บริโภค ด้วยต้นทุนที่ประหยัด"
       การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของกระบวนการผลิต โดยเป็นกระบวนการในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมตลอด Life Cycle ของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เกิดจนตาย (Cradle to Grave) โดยจะพิจารณาตั้งแต่กระบวนการผลิตและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง (การใช้วัตถุดิบและพลังงาน กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งานผลิตภัณฑ์ และการนำไปกำจัด)
        ในการผลิตที่ยั่งยืนภาคอุตสาหกรรมควรมุ่งเน้นไปที่ 4 กิจกรรมหลักที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การลดการใช้พลังงาน การลดการใช้น้ำ การลดการปล่อยของเสีย และการลดการสร้างขยะ โดยต้องดำเนินการภายใต้กิจกรรมที่ยั่งยืนในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และระบบ (product, process, and system) โดยจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการพัฒนาสู่การผลิตที่ยั่งยืนคือการเริ่มตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการแยกชิ้นส่วน (Design for Disassembly) จะช่วยในส่วนของกระบวนการ repair, reuse, repurpose และ remanufacture การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการบำรุงรักษา (Design for Maintainability) จะช่วยในการยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ https://www.eeci.or.th/th/publication/news/detail/09
กดติดตาม EECi เพื่อรับข่าวสารด้านนวัตกรรมที่น่าสนใจ
ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0-2564-8000 email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ที่มา : https://www.facebook.com/EECiThailand/

Last Updated on Friday, 11 September 2020 10:07

Free business joomla templates